Italy Milan Switzerland 7 Days 4 Nts By EK - ZZFH ทัวร์ยุโรป อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน สงกรานต์

SKU : HMT-ZZFH-HG04B

ทัวร์ : Italy Milan Switzerland 7 Days 4 Nts

สายการบิน :เอมิเรตส์ (EK)

ช่วงเวลาเดินทาง : กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2562

ราคา : เริ่มต้น 42,900 บาท

 รายละเอียด :อิตาลี มิลาน เวนิส ทาส์ช เซอร์แมท แมทเทอร์ฮอร์น กลาเซียร์ 3000 โลซานน์ เวเว่ย์ มองเทรอซ์ เบิร์น ลูเซิร์น

พิเศษ!! : ขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขา Glacier 3000 ถ่ายรูปวิว Matterhorn นั่งรถไฟ ทาส์ซ - เซอร์แมท – ทาส์ซ

**หมายเหตุ กรุณาเช็กที่นั่งว่างก่อนทำการจอง**

ไม่พบสินค้า

จำนวน
ราคา

42,900.00 THB

สินค้าไม่เพียงพอ

                             

 

Italy Milan Switzerland 7 Days 4 Nts By EK
มิลาน–เวนิส–ทาส์ช–เซอร์แมท – แมทเทอร์ฮอร์น -กลาเซียร์ 3000 – โลซานน์ – เวเว่ย์ – มองเทรอซ์ – เบิร์น – ลูเซิร์น

วันแรก   สนามบินสุวรรณภูมิ – ดูไบ
17.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) พบเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก
20.35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK373 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่สอง   ดูไบ - เวนิส – พระราชวังดอดจ์ – จัตุรัสเซนต์มาร์ค – มหาวิหารเซนต์มาร์ก – Bridge of Sighs
00.50 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
03.45 น. ออกเดินทางสู่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK101 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
07.45 น. เดินทางถึง สนามบินมิลาน (Malpensa Airport) เมืองมิลาน ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองก่อนจะออกเดินทางไปยังเมืองเวนิส สู่จุดหมายแรกของการเดินทางที่ เวนิส เมสเตร (Venice Mestre) ย่านเมืองเก่าของเมืองเวนิส
13.45 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
14.45 น. นำทุกท่านไปยัง ท่าเรือเกาะทรอนเช็ตโต้ (Tronchetto) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “เกาะใหม่” (New Island) เป็นเกาะที่ถูกสร้างขึ้นในบริเวณอ่าวเวเนเชียนเมื่อปี 1960 ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถจอดรถในบริเวณเมืองได้ นั่งเรือจากท่าเรือทรอนเช็ตโต้ ไปยัง ท่าเรือซานมาร์โค (San Marco Pier) บนเกาะเวนิส แวะให้ถ่ายรูปสวยๆ เก็บเป็นที่ระลึกกันที่ พระราชวังดอดจ์ (Doge’s Palace) พระราชวังริมน้ำแสนอลังการที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ในสไตล์เวเนเชียนโกธิค ที่เคยเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแต่เก่าก่อนของเวนิส แต่ตั้งแต่ปี 1923 ก็ได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนทั่วไปได้เข้าชม เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กหลักของเวนิส จากนั้นก็เดินเที่ยวชมแลนด์มาร์กสำคัญต่างๆ ในเมืองและเก็บภาพสถานที่ต่างของเมืองแห่งคลองนี้ไม่ว่าจะเป็น จัตุรัสเซนต์มาร์ค (St. Mark’s Square) จัตุรัสหลักของเมืองเวนิสและยังเป็นศูนย์กลางเมืองตั้งแต่โบราณ รายล้อมไปด้วยอาคารสวยๆ สไตล์โกธิค และจุดเด่นของจัตุรัสเซนต์มาร์คแห่งนี้ก็คือ มหาวิหารเซนต์มาร์ค (St. Mark’s Basilica) ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของจัตุรัสเซนต์มาร์ค มหาวิหารใหญ่ของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก อลังการด้วยการตกแต่งด้วยโดมใหญ่ รูปปั้นมากมายที่ทั้งละเอียดและประณีต และที่อยู่ติดกันและโดดเด่นด้วยความสูงถึง 50 เมตรก็คือ หอระฆัง ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองที่เห็นได้ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของเมืองก็ตาม และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) สะพานอันโด่งดังแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำที่คั่นกลางระหว่างคุกเก่ากับพระราชวังดอดจ์ ที่ได้ชื่อว่าสะพานถอนหายใจนั้นมาจากการที่นักโทษก่อนที่จะเข้าไปยังคุกจะต้องเดินผ่านสะพานแห่งนี้ ได้เห็นวิวทิวทัศน์สวยๆ ของเมืองเวนิสเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถูกจองจำ ทำให้รู้สึกเสียใจและต้องถอนหายใจออกมา สะพานนั้นเป็นแบบปิด ทำจากหินปูนที่แกะสลักและออกแบบอย่างงดงามเช่นเดียวกับพระราชวังดอดจ์และอาคารโดยรอบ นำทุกท่านเดินทางกลับสู่เมืองเวนิส เมสเตร
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Bedbank Antony หรือระดับเดียวกัน

วันที่สาม   เวนิส เมสเตร – มิลาน – มหาวิหารมิลาน – ปราสาทซฟอร์ซา – โรงละครสกาล่า – พิอาซซ่า เดลล่า สกาล่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางไปยังเมือง มิลาน (Milan) หนึ่งในเมืองหลักของประเทศอิตาลี เป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านการค้า ศิลปะ เศรษฐกิจ และการศึกษา และได้ชื่อว่าเป็น เมืองหลวงแห่งแฟชั่นและการออกแบบ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เที่ยวชมเมือง มิลาน (Milan) แวะเที่ยวชมแลนด์มาร์กของเมือง มหาวิหารมิลาน (Milan Cathedral) มหาวิหารประจำเมืองขนาดใหญ่แห่งนี้คือโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอิตาลี เด่นด้วยศิลปะแบบโกธิคที่ตกแต่งด้านนอกด้วยยอดแหลมจำนวนมากถึง 135 ยอด พร้อมด้วยรูปแกะสลักจากหินอ่อนจำนวนมากที่ประดับอยู่โดยรอบ ปราสาทซฟอร์ซา (Sforza Castle) ก็เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนมิลาน ด้วยขนาดที่ใหญ่โตทำให้เป็นหนึ่งในป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 16-17 ปัจจุบันภายในเป็นพิพิธภัณฑ์และแกลลอรี่ศิลปะสวยๆ ให้เราเข้าชมได้ ไม่ไกลจากมหาวิหารมิลาน จะเห็นอาคารสีขาวที่ดูภายนอกแม้จะไม่สะดุดตาเท่าไรนัก แต่ภายในนั้นอลังการด้วยโรงละครขนาดใหญ่และตกแต่งอย่างหรูหรา โรงละครลาสกาล่า (La Scala Theatre) เป็นโรงละครคู่เมืองมิลานมากว่า 230 ปี เป็นสถานที่แสดงโชว์ชื่อดังมากมาย และที่ด้านหน้าโรงละครสกาล่าบริเวณจัตุรัส พิอาซซ่า เดลล่า สกาล่า นี้เองที่เราจะได้เห็นรูปปั้น อนุสรณ์แห่งลีโอนาร์โด ดาวินซี (Statue of Leonardo Da Vinci) โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ลีโอนาร์โด ดาวินซี นักประดิษฐ์และนักวิทยาศาตร์คนสำคัญของโลก **อิสระช้อปปิ้ง **
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Bedbank NH Milan หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่   มิลาน – ทาส์ช – เซอร์แมท – ทาส์ช
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางสู่เมือง ทาส์ช (Tasch) โดยรถโค้ช แล้วนั่งรถไฟต่อสู่ เซอร์แมท (Zermatt) เมืองเล็กๆ ในแคว้นวาเลตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาสูงของสวิตเซอร์แลนด์ ตัวเมืองนั้นอยู่ที่ความสูงถึง 1,608 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เซอร์แมทเป็นเมืองที่เป็นที่นิยมและขึ้นชื่อมากในเรื่องของการเป็นเมืองท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นวิวทิวทัศน์สวยๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่เซอร์แมทและภูเขาสูงโดยรอบจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่สำหรับเล่นกีฬาฤดูหนาวชั้นเยี่ยม และไม่ธรรมดาเสียยิ่งกว่าที่คิดเพราะนี่คือเมืองที่ตั้งของ “ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น” (Matterhorn) ที่ได้ฉายาว่าเป็น “มงกุฎแห่งเทือกเขาแอลป์”
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินเล่นชมวิวและช้อปปิ้งที่เมืองเซอร์แมท แวะไปถ่ายรูปสวยๆ ของ ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น ที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนที่ตัวเมืองเซอร์แมท ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในยอดเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พร้อมด้วยความสูงรวมแล้วมากถึง 4,478 เมตร สูงเด่นเป็นสง่าท่ามกลามเทือกเขาสูงทั้งหลาย เป็นยอดเขาที่เมื่อมาถึงสวิตเซอร์แลนด์แล้วต้องไปเห็นให้ได้ นอกจากยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นแล้วในตัวเมืองเซอร์แมทก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าที่มากมายด้วยของที่ระลึกให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน
** อิสระอาหารค่ำ **
เพื่อให้ท่านเดินชมและถ่ายภาพบรรยากาศความงดงามอาคารบ้านเรือนสวยๆ ก่อนนำทุกท่านนั่งรถไฟกลับสู่เมืองทาส์ช

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Ibis Styles Luzern หรือระดับเดียวกัน

วันที่ห้า  ทาส์ช – Col di Pillon – โลซานน์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางจากเมืองทาส์ช มุ่งหน้าสู่ โกล เดอ ปิยง (Col du Pillon) เมืองสวยเชิงเขาสวิสแอลป์เป็นเมืองที่ตั้งของสถานีกระเช้าไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สามารถจุผู้โดยสารได้มากถึง 125 คน พาขึ้นไปยังยอดเขา กลาเซียร์ 3000 ที่เราก็ไม่พลาดที่จะขึ้นไปชมวิวสวยๆ ด้านบน ซึ่งเราจะโดยสารกระเช้าคันใหญ่ผ่านขึ้นไป 2 สถานี คือสถานีแรกที่ระดับความสูง 2,000 เมตร และสถานีถัดไป 3,000 เมตร ถึงสถานีจอดกระเช้าแล้วต่อด้วยนั่งรถตีนตะขาบไต่พื้นหิมะไปจนถึงจุดหมาย และจุดไฮไลท์บนนี้ก็คือทางเดินสลิงกว้างประมาณ 1 เมตรที่เชื่อมต่อขึ้นไปถึงปลายยอดเขาที่ประดับธงสวิส สวยงาม อลังการชวนตื่นเต้นแต่ปลอดภัย
เดินทางต่อสู่เมือง เลสไดเบิลเรท (Les Diablerets)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
มุ่งหน้าสู่เมือง โลซานน์ (Lausanne) เพื่อเที่ยวชมเมืองสวยๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ ผ่อนคลายไปกับเมืองสงบที่อัดแน่นด้วยทิวทัศน์แสนงาม เมืองโลซานน์ยังเป็นเมืองสำคัญสำหรับประชาชนชาวไทย เพราะเมืองโลซานน์เป็นเมืองที่มากด้วยความทรงจำและมีความผูกพันกันมายาวนาน ด้วยเป็นเมืองที่พำนักในวัยเด็กของ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" รัชกาลที่ ๙ เมืองโลซานน์ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองเจนีวาเพียงแค่นั่งรถประมาณชั่วโมงเดียวก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เป็นเมืองท่องเที่ยวและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเมืองหนึ่ง แวะชม ศาลาไทย (Thai Pavilion) เป็นสถานที่ที่มองหาได้ไม่ยากเพราะตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างขวางใน “สวนสาธารณะเดอน็องตู” (Denantou Park) ซึ่งหันหน้าไปยังทะเลสาบเจนีวา ศาลาไทยแห่งนี้ตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสง่าสมสถานะการเป็นสัญลักษณ์แห่งโอกาสครบรอบการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ศาลาไทยสีทองถูกออกแบบอย่างวิจิตรงดงามตามสไตล์ไทยแท้ด้วยฝีมือช่างคนไทย มีขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตรและสูง 16 เมตร สวยงามชนิดที่ไม่ว่าใครผ่านมาก็อดมองอย่างชื่นชมไม่ได้ นำท่านถ่ายภาพ พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก (The Olympic Museum) พิพิธภัณฑ์อันดับต้นๆ ของยุโรปและเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยว อาคาร 3 ชั้นที่จัดแสดงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับ "โอลิมปิก เกมส์" (Olympic Games) มีการจัดแสดงประวัติศาสตร์ของโอลิมปิก ตั้งแต่การริเริ่มการแข่งขันครั้งแรก 8 ศตวรรษก่อนคริสตกาลที่ประเทศกรีซ จนถึงการแข่งขันโอลิมปิกในปัจจุบัน เราจะยังได้ชมคบไฟสวยๆ ที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของกีฬาโอลิมปิกที่แม้จะแตกต่างกันไปในแต่ละปีแต่ความสวยและโดดเด่นในคบไฟทุกๆ ชิ้นสมกับที่เป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันกีฬาโลก ที่ชั้น 2 ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยเครื่องกีฬาต่างๆ รวมถึงการแสดงเกี่ยวกับกีฬาโอลิมปิกประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กีฬาพาราลิมปิก กีฬาโอลิมปิกเยาวชน เป็นต้น ส่วนชั้น 1 เราจะได้ทดลองเล่นเกมทดลองสมรรถภาพสนุกๆ ก่อนจะต้องลาจากพิพิธภัณฑ์นี้เราก็ไม่พลาดแวะซื้อของที่ระลึกดีๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านกันไปคนละชิ้นสองชิ้น
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Agora Swiss Night หรือระดับเดียวกัน

วันที่หก   โลซานน์ – เวเว่ย์ – มองเทรอซ์ – เบิร์น – ลูเซิร์น – ซูริค
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ เวเว่ย์ (Vevey) แวะเที่ยวชมหากถามถึงเมืองสวยใกล้กับโลซานน์และเป็นเมืองท่องเที่ยวตากอากาศชั้นดีก็ต้องยกให้กับ “เวเว่ย์” (Vevey) เมืองริมทะเลสาบเจนีวาที่ทั้งสวยและบรรยากาศดี นอกจากนี้เมืองเวเว่ย์ยังเคยเป็นสถานที่อยู่อาศัยของนักแสดงชื่อดัง “ชาร์ลี แชปลิน” (Charlie Chaplin) เห็นได้จากรูปปั้นที่ตั้งเป็นอนุสรณ์อยู่ที่ริมทะเลสาบเจนีวานั่นเอง ออกเดินทางต่อสู่ มองเทรอซ์ (Montreux) อีกหนึ่งเมืองสวยมากประวัติศาสตร์น่าตามหา ตัวเมืองมองเทรอซ์ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบเจนีวา ในขณะเดียวกันก็ได้เห็นวิวของเทือกเขาสูง เพราะตั้งอยู่ตีนเทือกเขาสวิสแอลป์ แต่อุณหภูมิค่อนข้างอุ่นกว่าเมืองในแถบเทือบเขา ไม่หนาวมากแม้จะเป็นฤดูหนาวก็ตาม ตัวเมืองแม้จะค่อนข้างเล็กแต่ก็ทดแทนด้วยอาคารบ้านเรือนสวย ทิวทัศน์งาม และแลนด์มาร์กสำคัญของสวิส ทำให้มองเทรอซ์เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวสนใจและเดินทางมาเที่ยวจำนวนไม่น้อย นำท่านถ่ายภาพ ปราสาทชิลยอง (Chillon Castle) ปราสาทโบราณหนึ่งในอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ของสวิตเซอร์แลนด์ ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ เราต้องเดินข้ามสะพานไม้เพื่อไปยังตัวปราสาท เมื่อเข้ามาด้านในเราจะได้เห็นถึงปราสาทที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นยุคกลาง ตัวปราสาทนั้นผสมผสานระหว่างหินและไม้ ด้านในปราสาทแม้จะเก่าแก่มากแล้ว แต่ก็ได้ถูกบูรณะขึ้นใหม่ให้คงสภาพเดิมเมื่อยังรุ่งเรืองเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นห้องโถงใหญ่ที่สามารถจุคนได้กว่า 200 คน ห้องนอนหลัก ห้องสวดมนต์ และคลังเก็บอาวุธโบราณ และถ้าเดินออกมาด้านนอกปราสาทจะมีทางเดินลงไปยังริมทะเลสาบที่เราจะได้เห็นภาพปราสาทแบบเต็มๆ ที่เห็นแล้วอาจจะคุ้นตาเพราะปราสาทชิลยองนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจภาพปราสาทแสนสวยในภาพยนต์การ์ตูนชื่อดัง "ลิตเติ้ล เมอร์เมด" (The Little Mermaid) ออกเดินทางต่อสู่ กรุงเบิร์น (Bern) อีกหนึ่งเมืองที่ไม่ควรพลาดการเยี่ยมชมเมื่อเดินทางมายังสวิตเซอร์แลนด์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามด้วยบ้านเรือนในบรรยากาศสบายๆ ตามสไตล์เมืองเก่าทั่วไป
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ชมหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเบิร์นที่ บ่อหมี (Bear Pit) ซึ่งจะได้เห็นหมีตัวใหญ่ในบ่อลึกที่สร้างจำลองถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติจริงๆ ของหมี เดินเล่นเที่ยวชม ย่านเมืองเก่ากรุงเบิร์น (Bern Old Town) เพื่อชมบ้านเรือนตั้งแต่สมัยยุคกลางที่ยังคงเสน่ห์ของเมืองเก่าอยู่ไม่คลาย บนถนนอิฐสายเก่าเราจะเห็นน้ำพุอยู่หลายจุดซึ่งตกแต่งด้วยรูปปั้นสไตล์เรเนสซองส์แตกต่างกันไปในแต่ละจุดที่พบเห็น สำหรับแลนด์มาร์กในย่านเมืองเก่าต้องขอยกให้กับ หอนาฬิกาซึทกลอกเกอ (Zytglogge) บนหอคอยที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1218 และถือเป็น 1 ใน 3 ของนาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ ในทุกชั่วโมงจะมีเสียงดนตรีพร้อมตุ๊กตาที่ออกมาเต้นระบำให้นักท่องเที่ยวได้หยุดชมกัน นอกจากนี้ยังมีอาคารรัฐสภา โบสถ์ และอาคารเก่าแก่มากมายที่เป็นส่วนสำคัญทำให้เมืองเก่าแห่งนี้ถูกยกเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี 1983
มุ่งหน้าสู่ ลูเซิร์น (Luzern) เมืองเล็กๆ เกือบใจกลางประเทศที่ชวนอบอุ่นอยู่ริมฝั่ง “ทะเลสาบลูเซิร์น” (Lake Lucerne) มองเห็นแนวเทือกเขาแอลป์เรียงสลับเป็นทิวสวยงามทุกฤดูกาล และนอกจากทิวเขาแล้วลูเซิร์นยังมีป่าไม้ค่อนข้างหนาแน่นและทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ตามแนวเชิงเขา ความดีงามของลูเซิร์นคือเป็นเมืองที่ยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่ของพื้นที่ไว้ได้อย่างดี แบ่งเขตชัดเจนระหว่างเมืองเก่าและเมืองใหม่ เที่ยวเขตไหนก็ประทับใจไปเสียหมด
**อิสระอาหารเย็น เพือให้ท่านอิสระช้อปปิ้งอย่างเต็มที่ **
ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินซูริค (Zurich Airport) เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ประเทศไทย

21.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK86 แวะเปลี่ยนเครื่อง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่เจ็ด   ดูไบ – กรุงเทพฯ
07.10 น. ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
09.30 น. เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 372 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
18.40 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

Happy Time… Happy Tour… Happy Mail Travel
รายการท่องเที่ยวนี้อาจเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้จัดโดยยืดถือตามสภาพการณ์และประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ

 

อัตราค่าบริการ และ วันเดินทาง

 

วันเดินทาง  2562

             ราคา

กุมภาพันธ์

15-21 / 19-25 ก.พ. 

42,900

มีนาคม

1-7 / 14-20 / 21-27 มี.ค. 

Songkran Festival

8-14 เม.ย. 

52,900

พฤษภาคม

16-21 พ.ค. 62

47,900

 

 เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) ไม่มีเตียง  ​ลดท่านละ​   2,000​ บาท
​​พักเดี่ยว                                   ​​​​เพิ่มท่านละ​  10,000​ บาท 

 

Visitors: 435,932