Switzerland Germany 8 Days 5 Nts By EK -ZZFH ทัวร์ยุโรป สวิตเซอร์แลนด เยอรมัน กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน สงกรานต์

SKU : HMT-ZZFH-HG11B

ทัวร์ :Switzerland Germany 8 Days 5 Nts

สายการบิน :เอมิเรตส์ (EK)

ช่วงเวลาเดินทาง : กุมภาพันธ์ - เมษายน 2562

ราคา :เริ่มต้น 52,900 บาท

 รายละเอียด :โลซานน์ เวเว่ย์ เบิร์น ทูน กรินเดอวัลด์ อินเทอร์ลาเก้น ลูเซิร์น ฟุสเซ่น เอททัล ทิติเซ่ น้ำตกไรน์  

พิเศษ!! : นั่งกระเช้าขึ้นกรินเดอวัลด์ เฟียส และ นั่งรถไฟขึ้นยอดเขาจุงเฟรา

**หมายเหตุ กรุณาเช็กที่นั่งว่างก่อนทำการจองทุกครั้ง**

ไม่พบสินค้า

จำนวน
ราคา

49,900.00 THB

สินค้าไม่เพียงพอ

สินค้าหมด

                                   

 

Switzerland Germany 8 Days 5 Nts By EK 
โลซานน์ เวเว่ย์ เบิร์น ทูน กรินเดอวัลด์ อินเทอร์ลาเก้น ลูเซิร์น ฟุสเซ่น เอททัล ทิติเซ่ น้ำตกไรน์


วันแรก   สนามบินสุวรรณภูมิ – ดูไบ
22.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก

วันที่สอง   ดูไบ - เจนีวา – โลซานน์ – เวเว่ย์ – เบิร์น
02.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK371 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
06.00 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
08.30 น. ออกเดินทางสู่เมือง เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
13.15 น. เดินทางถึงเจนีวา ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองก่อนนำทุกท่านออกเดินทางสู่เมือง โลซานน์ (Lausanne) เที่ยวชมเมืองสวยๆ ผ่อนคลายไปกับเมืองสงบที่อัดแน่นด้วยทิวทัศน์แสนงาม เมืองโลซานน์ยังเป็นเมืองสำคัญสำหรับประชาชนชาวไทย เพราะเมืองโลซานน์เป็นเมืองที่มากด้วยความทรงจำและมีความผูกพันกันมายาวนาน ด้วยเป็นเมืองที่พำนักในวัยเด็กของ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" รัชกาลที่ ๙ เมืองโลซานน์ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองเจนีวาเพียงแค่นั่งรถประมาณชั่วโมงเดียวก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เป็นเมืองท่องเที่ยวและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเมืองหนึ่ง ผ่านชม พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก (The Olympic Museum) พิพิธภัณฑ์อันดับต้นๆ ของยุโรปและเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยว อาคาร 3 ชั้นที่จัดแสดงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับ "โอลิมปิก เกมส์" (Olympic Games) มีการจัดแสดงประวัติศาสตร์ของโอลิมปิก ตั้งแต่การริเริ่มการแข่งขันครั้งแรก 8 ศตวรรษก่อนคริสตกาลที่ประเทศกรีซ จนถึงการแข่งขันโอลิมปิกในปัจจุบัน และด้านหน้าจะมีรูปปั้นของนักกีฬาในแต่ละชนิดพร้อมภาพถ่ายที่น่าประทับใจให้ได้ชมกัน และ ศาลาไทย (Thai Pavilion) เป็นสถานที่ที่มองหาได้ไม่ยากเพราะตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างขวางใน สวนสาธารณะเดอน็องตู (Denantou Park) ซึ่งหันหน้าไปยังทะเลสาบเจนีวา ศาลาไทยแห่งนี้ตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสง่าสมสถานะการเป็นสัญลักษณ์แห่งโอกาสครบรอบการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ศาลาไทยสีทองถูกออกแบบอย่างวิจิตรงดงามตามสไตล์ไทยแท้ด้วยฝีมือช่างคนไทย มีขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตรและสูง 16 เมตร สวยงามชนิดที่ไม่ว่าใครผ่านมาก็อดมองอย่างชื่นชมไม่ได้ นำท่านชมบริเวณ ทะเลสาบเลอม็อง (Lake Leman) หรือทะเลสาบเจนีวา ชมบริเวณริมทะเลสาบสวยที่ให้บรรยากาศชิลล์ๆ ชมทิวทัศน์ของภูเขาสูงที่อยู่โดยรอบและเมืองที่เห็นอยู่ตรงข้ามทะเลสาบนั้นคือประเทศฝรั่งเศสนั่นเอง ผ่านชม มหาวิหารโลซานน์ (Lausanne Cathedral) มหาวิหารสำคัญของโลซานน์ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมือง สังเกตุเห็นได้ง่ายด้วยหอคอยและยอดโดมแหลมสูง มหาวิหารเก่าแก่แห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1235 สวยงดงามด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค และหน้าต่างทรงกุหลาบขนาดใหญ่ที่ด้านหน้านั้นก็ถือเป็นผลงานศิลปะชั้นนำของยุโรปโลยทีเดียว เดินทางสู่เมือง เวเว่ย์ (Vevey) หากถามถึงเมืองสวยใกล้กับโลซานน์และเป็นเมืองท่องเที่ยวตากอากาศชั้นดีก็ต้องยกให้กับ เวเว่ย์ เมืองริมทะเลสาบเจนีวาที่ทั้งสวยและบรรยากาศดี นอกจากนี้เมืองเวเว่ย์ยังเคยเป็นสถานที่อยู่อาศัยของนักแสดงชื่อดัง “ชาร์ลี แชปลิน” (Charlie Chaplin) เห็นได้จากรูปปั้นที่ตั้งเป็นอนุสรณ์อยู่ที่ริมทะเลสาบเจนีวานั่นเอง แวะถ่ายรูปกับ รูปปั้นชาร์ลี แชปลิน พร้อมชมวิวสวยๆ ที่ริมทะเลสาบ ผ่านชม เนสเล่ย์ปาเล่ย์ (Nestle Palais) หรือสำนักงานใหญ่ของบริษัทเนสเล่ย์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มชื่อดัง ออกเดินทางสู่เมือง เบิร์น (Berne) อีกหนึ่งเมืองที่ไม่ควรพลาดการเยี่ยมชมเมื่อเดินทางมายังสวิตเซอร์แลนด์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามด้วยบ้านเรือนในบรรยากาศสบายๆ ตามสไตล์เมืองเก่าทั่วไป
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Holiday Inn Bern Westside หรือระดับเดียวกัน

วันที่สาม   เบิร์น – ทูน – กรินเดอวัลด์ – อินเทอร์ลาเก้น
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางสู่เมือง ทูน (Thun) เมืองสวยริมทะเลสาบที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเบิร์นออกไปไม่ไกล เมืองทูนเป็นเมืองเก่าแก่ที่เราจะยังได้เห็นและสัมผัสถึงความเป็นเมืองเก่าสมัยยุคศตวรรษที่ 12 ได้ และนอกจากตัวอาคารสวยๆ และทิวทัศน์ริมทะเลสาบทูน (Lake Thun) ก็สวยไม่แพ้กันเลย แวะถ่ายรูปที่ด้านหน้า ปราสาทโอเบอร์โฮเฟน (Castle of Oberhofen) ปราสาทสีขาวสวยที่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าสังเกตได้ง่ายริมทะเลสาบทูน ปราสาทแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เปลี่ยนมืองเจ้าของมาหลายต่อหลายคน ปัจจุบันเป็น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งเบิร์น (Historical Museum of Bern) ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมความเป็นมา ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของพื้นที่ในบริเวณนี้ ด้วยความเก่าแก่และน่าสนใจทำให้ปราสาทแห่งนี้เป็นหนึ่งในมรดกชาติที่สำคัญของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มุ่งหน้าสู่ กรินเดอวัลด์ (Grindelwald) อีกหนึ่งหมู่บ้านเล็กๆ แต่สวยงามกลางหุบเขาที่ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาที่ความสูง 1,034 เมตร แล้วนำท่านขึ้น กระเช้ากอนโดล่า (Gondola) เพื่อขึ้นไปบน ภูเขาเฟิร์ส (First Mountain) ภูเขาที่สูง 2,166 เมตร ให้ท่านได้ชมทัศนียภาพสวยๆ ของทั้งตัวเมืองด้านล่าง และเทือกเขาสูงที่รายล้อมและถ่ายรูปคู่กับวิวสวยๆ กันอย่างเต็มที่
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นั่งกอนโดล่าลงจากภูเขาเฟิร์สมายังเมืองกรินเดอวัลด์ นำท่านเดินทางสู่เมือง อินเทอร์ลาเก้น (Interlaken) หนึ่งในเมืองจุดหมายท่องเที่ยวสำคัญของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นเมืองที่เชื่อมการเดินทางต่อไปยังจุดหมายต่อไปได้ง่าย เมืองอินเทอร์ลาเก้นนั้นมีความสูงที่ระดับ 566 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สวยด้วยทัศนียภาพที่สวยงามทั้งภูเขาสูงที่รายล้อมและทะเลสาบ
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก City Oberland หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่   อินเทอร์ลาเก้น – กรินเดอร์วัลด์ – ยอดเขาจุงเฟรา – อินเทอร์ลาเก้น
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
มุ่งหน้าสู่ กรินเดอวัลด์ (Grindelwald) อีกหนึ่งหมู่บ้านเล็กๆ แต่สวยงามกลางหุบเขาที่ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาที่ความสูง 1,034 เมตร นำท่านสู่สถานีรถไฟฟ้าเพื่อขึ้น รถไฟสายจุงเฟราบาห์เนน เพื่อขึ้นไปยัง ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เรียกว่า “Top of Europe” นั่นคือเป็นจุดที่สูงที่สุดในยุโรปด้วยความสูงสุดถึง 3,466 เมตร และระหว่างนั่งบนรถไฟนั้นเราก็จะได้ชมทั้งป่าไม้ทุ่งหญ้าและอุโมงค์ที่มีการขุดสร้างกันมาตั้งแต่ในช่วงศตวรรษที่ 19 รวมถึงบ้านที่สร้างในสไตล์สวิสที่จะเห็นได้เป็นระยะ และเมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาจุงเฟราจะได้พบกับนักท่องเที่ยวเต็มลานกว้างเหนือหน้าผาที่เป็นจุดชมวิว รอบข้างสวยงามแทบลืมหายใจด้วยหิมะบนยอดเขา ให้ท่านได้ถ่ายภาพและสัมผัสหิมะกันอย่างเต็มที่แม้จะไม่ใช่ฤดูหนาวก็ตาม นำท่านชมธารน้ำแข็ง หรือ กลาเซียร์ (Glacier) ที่มีขนาดใหญ่ตระการตา ที่บนยอดเขาแห่งนี้ยังมี อุโมงค์น้ำแข็ง (Ice Palace) ให้เป็นอีกหนึ่งสีสันในการเที่ยวจุงเฟรา มีการตกแต่งอุโมงค์เก่าให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชวนตื่นเต้น
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านขึ้นรถไฟที่อีกด้านหนึ่งของยอดเขา เพื่อเดินทางจากจุงเฟราสู่เมืองเลาเทอร์บรุนเนน ระหว่างทางแวะเปลี่ยนรถไฟที่สถานีไคลนฺไชเด็ด จุดเปลี่ยนและต่อรถไฟที่พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ของประเทศไทยเคยเสด็จมาเยือนเมื่อปี 2440 จากนั้นนั่งรถไฟต่อสู่เมืองเลาเทอร์บรุนเนน นั่งรถโค้ชต่อสู่เมือง อินเทอร์ลาเก้น (Interlaken) เพื่อเที่ยวชมเมืองสวยที่รายล้อมไปด้วยเทือกเขาสูงแห่งนี้ ซึ่งนอกจากเทือกเขาใหญ่แล้ว เมืองอินเทอร์ลาเก้นยังเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง 2 ทะเลสาบใหญ่คือ ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) อาคารบ้านเรือนในเมืองส่วนใหญ่จะสร้างด้วยสไตล์สวิสที่สวยและดูอบอุ่นให้เราได้ซึมซับและสัมผัสกับความเป็นสวิตเซอร์แลนด์อย่างเต็มที่ ทั้งหมดรวมกันแล้วทำให้เมืองนี้น่าสนใจและบรรยากาศดีจนกลายเป็นเมืองรีสอร์ทพักร้อนติดอันดับต้นๆ เลยทีเดียว
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ City Oberland หรือระดับเดียวกัน

วันที่ห้า   อินเทอร์ลาเก้น – ลูเซิร์น - สะพานไม้ชาเปล – ฟุสเซ่น
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองเล็กๆ เกือบใจกลางประเทศที่ชวนอบอุ่นอยู่ริมฝั่ง “ทะเลสาบลูเซิร์น” (Lake Lucerne) มองเห็นแนวเทือกเขาแอลป์เรียงสลับเป็นทิวสวยงามทุกฤดูกาล และนอกจากทิวเขาแล้วลูเซิร์นยังมีป่าไม้ค่อนข้างหนาแน่นและทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ตามแนวเชิงเขา ความดีงามของลูเซิร์นคือเป็นเมืองที่ยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่ของพื้นที่ไว้ได้อย่างดี แบ่งเขตชัดเจนระหว่างเมืองเก่าและเมืองใหม่ เที่ยวเขตไหนก็ประทับใจไปเสียหมด นำท่านเที่ยวชมเมืองลูเซิร์น สะพานไม้ชาเปล (Chapel bridge) สะพานที่ดูไม่เหมือนสะพานและมีอายุเก่าแก่มากกว่า 600 ปี ที่ว่าไม่เหมือนสะพานก็เพราะแวบแรกอาจดูคล้ายอาคารกลางน้ำ แต่จริงๆ แล้วสร้างขึ้นเพื่อใช้ข้ามไปมาระหว่างสองฝั่งแม่นํ้ารอยซ์ (Reuss River) ถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument) สัญลักษณ์สำคัญอีกชิ้นของลูเซิร์นถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกและเป็นเกียรติแก่เหล่าทหารหาญชาวสวิสซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวลูเซิร์นมากกว่า 700 คนที่ออกรบและเสียชีวิตในฝรั่งเศสเมื่อครั้งเกิดสงครามปฏิวัติยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งเป็นการเจาะเนื้อหินและแกะสลักขึ้นรูปเป็นประติมากรรมสิงโตตัวใหญ่สวยงามมากแม้จะมีใบหน้าโศกเศร้าดังที่ว่าก็ตาม
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่เมือง ซุก (Zug) เมืองเล็กๆ ที่มีอดีตยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 พาท่านชมย่านเมืองเก่าที่น่าสนใจมาก ทั้งแนวอาคารบ้านเก่าแก่ที่สร้างกันตั้งแต่ยุคกลาง จัตุรัสกลางเมือง และน้ำพุที่ตกแต่งด้วยรูปปั้นสวยๆ ตามสไตล์ยุโรปก็มีให้ชมมากมายในเมืองซุกแห่งนี้ ไม่พลาดชมไฮไลท์ของเมืองคือ หอนาฬิกาสูง 25 เมตร ที่สร้างในสมัยศตวรรษที่ 13 แต่ยังคงทำหน้าที่บอกทั้งเวลา วันที่ และข้างขึ้นข้างแรมได้อย่างถูกต้องไม่ผิดเพี้ยน ในย่านเมืองเก่านี้ยังมีโบสถ์สไตล์โกธิค และปราสาทเก่าแก่ให้ได้ชมกันด้วย ออกเดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น (Fussen) ประเทศเยอรมนี (Germany) เมืองชนบทเล็กๆ ทางตอนใต้ของแคว้นบาวาเรีย พร้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม บรรยากาศดีจากการที่มีภูเขา ป่าไม้ และแม่น้ำ
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Euro Park Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่หก   ฟุสเซ่น – เอททัล – โฮเฮนชวานเกา – ฟุสเซ่น
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่เมือง เอททัล (Ettal) เมืองเล็กๆ แสนเงียบสงบ ทางตอนใต้ของเยอรมนี ตั้งอยู่ในเขตแคว้นบาวาเรีย นำท่านเข้าชมภายใน อารามเอททัล (Ettal Abbey) อารามสีขาวอร่ามแห่งนี้เป็นอารามในนิกายเบเนดิกติน สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1330 ตกแต่งอย่างหรูหราอลังการด้วยศิลปะสไตล์โกธิกผสมผสานสไตล์บารอก งดงามด้วยภาพเขียนฝาผนังแสนประณีต และรูปสลักหินอ่อนของพระแม่มารี และงานปั้นชวนมองอีกมากมาย และแม้จะสร้างมานานกว่า 650 ปีแล้ว แต่อารามเอททัลแห่งนี้ก็ยังเป็นอารามนิกายเบเนดิกที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในบริเวณเชิงเทือกเขาแอลป์แห่งนี้ มุ่งหน้าสู่เมือง โฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆ บรรยากาศสงบสบายที่ตั้งอยู่ระหว่าง 2 ปราสาทชื่อดัง คือ ปราสาทนอยชวานสไตน์ และปราสาทโฮเฮนชวานเกา
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าชมภายใน ปราสาทโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau Castle) ปราสาทสวยที่แม้จะไม่ยิ่งใหญ่และอลังการเท่าปราสาทนอยชวานสไตน์อันโด่งดัง แต่ปราสาทโฮเฮนชวานเกาก็มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่น่าสนใจ ปราสาทนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 โดยพระเจ้าแมกซิมิลเลียนที่ 2 แห่งบาวาเรีย และกลายเป็นพระราชวังฤดูร้อนและเป็นที่ประทับในช่วงฤดูล่าสัตว์ หลังพระเจ้าแมกซิมิลเลียนสิ้นพระชนม์ พระเจ้าลุดวิคที่ 2 ก้าวขึ้นเป็นกษัตริย์ก็ยังคงใช้สารทแห่งนี้เป็นที่ประทับอยู่บ่อยครั้ง แม้ปราสาทจะเสียหายมากจากสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 แต่ก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่ ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมภายในได้ และจากสารทโฮเฮนชวานเกานี้สามารถมองเห็นสารทนอยชวานสไตน์ได้อย่างชัดเจน รวมถึงวิวสวยๆ โดยรอบปราสาทที่เป็นป่าสน และแนวเขาน้อยใหญ่ที่รายล้อมอยู่ นำท่านเดินทางสู่ ฟุสเซ่น (Fussen) เพื่อเข้าชม พิพิธภัณฑ์แห่งเมืองฟุสเซ่น (Museum of the City of Fussen) พิพิธภัณฑ์ที่หรูหราอลังการด้วยตัวอาคารที่เคยเป็น อารามมัง (Monastery of St. Mang) แห่งนิกายเบเนดิกตินมาก่อน ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์นั้นเราจะได้เห็นและเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองฟุสเซ่นที่มีมายาวนาน แถมด้วยพระราชวังและปราสาทเก่าแก่มากมาย ภายในพิพิธภัณฑ์นอกจากผลงานศิลปะล้ำค่ามากมายในช่วง 1,000 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ภาพวาดบนเพดานและผนัง รูปปั้น ที่มีให้ชมในทุกๆ ห้องแล้ว การสร้างและตกแต่งในแต่ละห้องนั้นยังหรูหราอลังการไม่แพ้ปราสาทราชวังที่ไหนเลย
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Euro Park Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่เจ็ด   ฟุสเซ่น – ทิติเซ่ - ชไตน์ อัม ไรน์ – สนามบินซูริค
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมือง ทิติเซ่ (Titisee) เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบทิติเซ่ (Titisee) ในเขตป่าดำ (Black Forest) ที่โด่งดังของเยอรมนี อยู่ทางตอนใต้ของเยอรมนี เป็นมืองสวยท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อมทำให้กลายเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมแห่งหนึ่งเลย และนอกจากจะขึ้นชื่อในเรื่องของการเป็นเมืองตากอากาศสวยๆ แล้วเมืองเล็กๆ แห่งนี้ยังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในเรื่องของการเป็นต้นกำเนิดผลิต นาฬิกากุ๊กกู (Cuckoo Clock) ที่ผลิตจากต้นสนในป่าดำนี่เอง ภายในเมืองจะมีร้านขายนาฬิกามากมายหลายร้านให้ได้เลือกซื้อเลือกช้อปเป็นของฝากตามชอบ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ออกเดินทางสู่เมือง ชไตน์ อัม ไรน์ (Stein am Rhein) เมืองเล็กๆ ที่ยังคงอนุรักษ์บ้านและอาคารตั้งแต่สมัยยุคกลางเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน เมืองเล็กๆ แต่มากด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน นำท่านชมน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป น้ำตกไรน์ (Rhine Falls) แม้จะสูงเพียง 23 เมตร แต่ความกว้างนั้นมากถึง 150เมตรเลยทีเดียว ด้วยความใหญ่ของน้ำตกทำให้มีละอองน้ำฟุ้งกระจายอยู่โดยทั่ว แต่ความงามของน้ำตกแห่งนี้มากี่ครั้งก็ไม่เบื่อเลย นำท่านเดินทางสู่เมือง ซูริค (Zurich) ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน เดินทางกลับประเทศไทย
21.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 86 แวะเปลี่ยนเครื่อง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่แปด ดูไบ – สุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)
07.10 น. ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
09.30 น. เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK372 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
18.40 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ


Happy Time… Happy Tour… Happy Mail Travel
รายการท่องเที่ยวนี้อาจเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้จัดโดยยืดถือตามสภาพการณ์และประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ

 

อัตราค่าบริการ และ วันเดินทาง 

วันเดินทาง ปี 2562

ราคา

กุมภาพันธ์

12-19 / 18-25 ก.พ.

49,900

มีนาคม

4-11 มี.ค.

25 มี.ค. – 1 เม.ย.

เมษายน

1-8 เม.ย. 62

24 เม.ย. – 1 พ.ค. 62

29 เม.ย. – 6 พ.ค. 62

52,900

พฤษภาคม

14  - 21 พ.ค. 62

Songkran Festival

8-15 เม.ย. 62

59,900

เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) ไม่มีเตียง​ลดท่านละ​ 2,000​ บาท
​​พักเดี่ยว ​​​​เพิ่มท่านละ​ 10,000​บาท


Visitors: 483,476