Wow Turkey 8 Days 5 Nts By TK - D006 ทัวร์ตุรกี กุมภาพันธ์ มีนาคม

SKU : HMT-D006-WOWTURKEY

ทัวร์ : Wow Turkey 8 Days 5 Nts

สายการบิน :เตอร์กิซ แอร์ไลน์ (TK)

ช่วงเวลาเดินทาง : กุมภาพันธ์ - มีนาคม 2562

ราคา :เริ่มต้น 32,900 บาท

 รายละเอียด :ฮิปโปโดรม สุเหร่าสีน้ำเงิน สุเหร่าเซนต์โซเฟีย พระราชวังทอปกาปิ พระราชวังโดลมาบาเซ่ มัสยิดสีเขียว เมืองอิชเมียร์ เมืองโบราณเอฟฟิซุส ปามุคคาเล่(ปราสาทปุยฝ้าย) เมืองคอนย่า เมืองคัปปาโดเกีย นครใต้ดิน พิพิธภัณฑ์เกอเรเม่ โชว์ระบำหน้าท้อง

พิเศษ!! : บินตรงไม่เหนื่อย พักโรงแรมถ้ำ 1 คืน

**หมายเหตุ กรุณาเช็กที่นั่งว่างก่อนทำการจองทุกครั้ง**

ไม่พบสินค้า

จำนวน
ราคา

32,900.00 THB

สินค้าไม่เพียงพอ

สินค้าหมด

                             

 

Wow Turkey 8 Days By TK

ฮิปโปโดรม สุเหร่าสีน้ำเงิน สุเหร่าเซนต์โซเฟีย พระราชวังทอปกาปิ พระราชวังโดลมาบาเซ่ มัสยิดสีเขียว เมืองอิชเมียร์ เมืองโบราณเอฟฟิซุส ปามุคคาเล่(ปราสาทปุยฝ้าย) เมืองคอนย่า เมืองคัปปาโดเกีย นครใต้ดิน พิพิธภัณฑ์เกอเรเม่ โชว์ระบำหน้าท้อง 

วันแรกของการเดินทาง   สนามบินสุวรรณภูมิ-อิสตันบูล
19.00 น. พบกันที่ เคาน์เตอร์เช็คอิน S ประตู 9 สายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ TK เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกทางด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางก่อนขึ้นเครื่อง
23.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 69 (บินตรง) (ใช้เวลาในการบิน ประมาณ 10.30 ชั่วโมง)

วันที่สองของการเดินทาง   ฮิปโปโดรม-สุเหร่าสีน้ำเงิน-สุเหร่าเซนต์โซเฟีย-อ่างเก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน-พระราชวังทอปกาปึ-พระราชวังโดลมาบาเช่
04.00 น. เดินทางถึง กรุงอิสตันบูล หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง และรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ให้ท่านได้มีเวลา ทำภารกิจส่วนตัว หรือบางท่านที่ต้องการแลกเงิน ก็สามารถแลกได้ที่เคาน์เตอร์รับแลกเงิน เมื่อเสร็จภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว นำท่านขึ้นรถโค้ช มุ่งหน้าสู่ภัตตาคาร
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านชม ฮิปโปโดรม Hippodrome หรือ สนามแข่งม้าโบราณ มีเสาโอเบลิสค์ซึ่งเหลือแค่ส่วนปลายที่ยาว 20 เมตร แต่กระนั้นก็ยังสวยงามน่าดูมาก เพราะทั้งเสามีงานแกะสลักอันมีความหมายและมีค่ายิ่ง จากนั้นนำท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque ที่มาของชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินเป็นเพราะเขาใช้กระเบื้องสีน้ำเงินในการตกแต่งภายใน ซึ่งทำเป็นลายดอกไม้ต่าง ๆ เช่น ดอกกุหลาบ คาร์เนชั่น ทิวลิป เอกลักษณ์เด่นอีกอย่างแต่อยู่ภายนอกคือ หอประกาศเชิญชวนเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำพิธีละหมาด Minaret 6 หอ เท่ากับสุเหร่าที่นครเมกกะ จากนั้นนำท่านเดินต่อไปชมสถานที่ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง สุเหร่าเซนต์โซเฟีย Mosque of Hagia Sophia ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตโบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ ภายในมีเสางามค้ำที่สลักอย่างวิจิตร และประดับไว้งดงาม 108 ต้น นำท่านสู่ อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน Yerebatan Sarnici สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิจัสตินเนียน ในปี ค.ศ. 532 เพื่อเก็บน้ำสำหรับใช้ในพระราชวัง สำรองไว้ใช้ยามที่ กรุงอิสตันบูล ถูกข้าศึกปิดล้อมเมือง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
นำท่านเข้าชม พระราชวังทอปกาปึ Topkapi Palace ซึ่งสร้างในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือ เมห์เมตผู้พิชิต ภายหลังที่ทรงตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล หรือ อิสตันบูลในปัจจุบันได้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน จึงโปรดให้มีการสร้างพระราชวังนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระราชวังแห่งนี้มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กินเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มาร่า ภายในพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิเช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านในแต่ละยุคสมัย นำท่านเข้าชม พระราชวังโดลมาบาเช่ Dolmabahce Palace เป็นพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองใด ๆ ทั้งสิ้น ภายนอกประกอบด้วยสวนไม้ดอกรายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็ก ๆ ที่ ช่องแคบบอสฟอรัส Bosphorus ภายในประกอบด้วยห้องหับต่าง ๆ และฮาเร็ม ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรงแก้วเจียระไน และโคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
พักค้างคืน ที่ Golden Way Hotel 4* หรือเทียบเท่า

วันสามของการเดินทาง   เมืองบูร์ซ่า-มัสยิดสีเขียว-ช้อปปิ้งตลาดผ้าไหม-เมืองอิซเมียร์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองบูซ่าร์ Bursa เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของตุรกีซึ่งห่างจากอิสตันบูลประมาณ 235 มีพื้นที่ประมาณ 11,000 ตารางกิโลเมตร มีประชาการอาศัยอยู่ประมาณ 1.5 ล้านคน มีความสำคัญและใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศและเมืองนี้ยังมีชื่อเสียงทางด้านเส้นไหมเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างๆ ประมาณ 70 เปอร์เซนต์เพื่อนำไปทอเป็นพรมในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรออตโตมาน ตั้งแต่ปีค.ศ.1326-1362 และ จากนั้นได้ย้ายเมืองหลวงไปตั้งที่เอดิร์เน ที่อยู่ทางด้านเหนือของกรุงคอนสแตนดิโนเปิล นำท่านชมความงามของ มัสยิดเก่าแก่ของเมืองบูร์ซ่า Grand Mosque ภายในจะพบกับผลงานอันละเอียดอ่อน และประณีตของงานกระเบื้องประดับที่มีสีสันลวดรายที่ละเอียด และซับซ้อนอย่างพิสดาร ทั้งลายรูปวงกลม รูปดาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาอิสลาม และรูปเรขาคณิต ให้ท่านได้ชมความสวยงามของตัวเมืองที่ในอดีตกษัตริย์ที่เคยปกครองอาณาจักรออตโตมาน ได้ใช้เมืองนี้เป็นที่ฝังศพ และนอกจากนั้นยังถูกตกแต่งให้เป็นสวนที่สวยงามร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ที่เขียวชอุ่มเป็นจำนวนมาก จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีสีเขียว Green Bursa สุสานสีเขียว Green Tomb สุเหร่าสีเขียว หรือ Yesil Mosque สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา ที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองเบอร์ซา ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1491 - 1421 โดยสถาปนิกชื่อ Haci Ivaz Pasa โดยใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบเบอร์ซา อาคารสุเหร่ามีความโดดเด่นด้วยการใช้กระเบื้องหินอ่อนสีฟ้าเขียวในการตกแต่ง ผนังและเพดานด้านในก็ถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคสีฟ้าเขียวเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ภายในสุเหร่าแห่งนี้ยังมีที่บรรจุศพของสุลต่านเมห์เมดที่ 1 และครอบครัว สถานที่แห่งนี้จึงถือได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าของประเทศตุรกี
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านสู่ ตลาดผ้าไหมเมืองบูร์ซา Bursa Silk Market ตลาดผ้าไหมเมืองบูร์ซาที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี ซึ่งอยู่ไม่จากทะเลมาร์มามากนัก โดยตลาดแห่งนี้ค้าขายผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมเป็นหลัก โดยเฉพาะผ้าคลุมศีรษะลวดลายพื้นเมืองจะขายดีเป็นพิเศษ อันเนื่องมาจากตุรกีเป็นประเทศที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามมากอีกหนึ่งประเทศ ซึ่งนอกจากผ้าคลุมแล้วก็ยังมีเสื้อผ้าหลากหลายแบบ และด้วยสีสันของผ้าไหมที่สดใสนี่เองที่ทำให้ตลาดแห่งนี้กลายเป็นตลาดที่สวยงามที่สุด จนครั้งหนึ่งสมเด็จพระนางเจ้า ควีนอลิซาเบท แห่งอังกฤษเคยมาเยือนด้วย ได้เวลาพอสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอิซเมียร์ Izmir (ระยะทาง 330 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.20 ชั่วโมง)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
พักค้างคืน ที่ Armis Hotel 4* หรือเทียบเท่า มาตรฐานตุรกี

วันที่สี่ของการเดินทาง   เมืองอิซเมียร์-บ้านพระแม่มารี-เมืองโบราณเอฟฟิซุส-ช้อปปิ้งโรงงานทำเครื่องหนัง-ปามุคคาเล่ (ปราสาทปุยฝ้าย)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ท่านเดินทางสู่ บ้านพระแม่มารี House of Virgin Mary ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ ถูกค้นพบอย่างปาฏิหาริย์โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมัน ชื่อ แอนนา แคเธอรีน เอมเมอริช Anna Catherine Emmerich ในปี ค.ศ. 1774-1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลงมีคนพยายามสืบเสาะค้นหาบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่งพระสันตะปาปา โป๊ปเบเนดิกส์ที่ 16 ได้เคยเสด็จเยือนที่นี่ บริเวณด้านนอกของบ้านมีก๊อกน้ำสามก๊อกที่เชื่อว่าเป็นก๊อกน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แทนความเชื่อในเรื่อง สุขภาพ ความร่ำรวย และความรัก ถัดจากก๊อกน้ำเป็น กำแพงอธิษฐาน ซึ่งมีความเชื่อว่าหากต้องการให้สิ่งที่ปรารถนาเป็นความจริงให้เขียนลงในผ้าฝ้าย แล้วนำไปผูกไว้แล้วอธิษฐาน จากนั้นนำท่านชม เมืองโบราณเอฟฟิซุส City of Ephesus อาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของ นครเอฟฟิซุส คือ ห้องสมุดของเซลซุส Library of Celsus และอาคารสำคัญอีกแห่งคือ วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน Temple of Hadrian สร้างขึ้นถวายแด่จักรพรรดิเฮเดรียน ความโดเด่นของวิหารแห่งนี้คืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก จากนั้นปิดท้ายกันที่สิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครเอฟฟิซุส คือ โรงละคร Great Theatre ซึ่งสร้างโดยสกัดเข้าไปในไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถจุคนได้ถึง 25,000 คน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรในยุคนั้น สร้างสมัยกรีกโบราณ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง ซึ่งตุรกีเป็นประเทศที่ผลิตหนังที่มีคุณภาพที่สุด อีกทั้งยังผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี เช่น Versace , Prada , Michael Kors อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ Pamukkale (ระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) คำว่า “ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” Pamuk หมายถึง ปุยฝ้าย และ Kale หมายถึง ปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส
ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซี่ยมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูง ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ ปามุคคาเล่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988 นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน นำท่านชมหน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะเมฆ หรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิประมาณ 33-35 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่มเพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พักค้างคืน ที่ Tripolis Hotel 4* หรือเทียบเท่า มาตรฐานตุรกี

วันที่ห้าของการเดินทาง   เมืองคอนย่า-เมืองคัปปาโดเกีย-เมืองใต้ดิน-โชว์ระบำหน้าท้อง
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางสู่ เมืองคอนย่า Konya (ระยะทาง 402 กิโลเมตร ใช้เวลานั่งรถประมาณ 5 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่ นิยมใช้เป็นจุดพักของการเดินทางในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุกเติร์ก ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งแรกของชาวเติร์กในตุรกี หรือที่ยุคนั้นเรียก อนาโตเลีย เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย Cappadocia (ระยะทาง 236 กิโลเมตร ใช้เวลานั่งรถประมาณ 3 ชั่วโมง) ซึ่งองค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลก เมืองที่มีลักษณะภูมิประเทศสวยงามมาก จากนั้นนำท่านชม นครใต้ดินไคมัคลี Underground City เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ จากนั้นให้ท่านได้มีเวลาช้อปปิ้ง พิพิธภัณฑ์พรมเปอร์เซีย ต้นตำรับพรมเปอร์เซียของโลก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมแบบบุฟเฟต์
จากนั้นนำท่านชม “โชว์ระบำหน้าท้อง” Belly Dance Show ของสาวน้อยชาวตุรกี
พักค้างคืน ณ โรงแรมตกแต่งสไตล์ถ้ำ
!! หมายเหตุ ในกรณีที่โรงแรมถ้ำเต็ม จะเปลี่ยนเป็นนอนโรงแรมระดับ 5 ดาว แทน !!

วันที่หกของการเดินทาง   พิพิธภัณฑ์เกอเรเม่-ชมเมืองคัปปาโดเกีย-กรุงอังคาร่า
05.00 น. สำหรับท่านที่สนใจ ทัวร์ขึ้นบอลลูน ชมพระอาทิตย์ยามเช้า พร้อมกัน ณ บริเวณล๊อบบี้ของโรงแรม (ทัวร์นั่งบอลลนนี้ไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ค่าขึ้นบอลลูนประมาณท่านละ 230USD ในกรณีที่ชำระเป็นเงินสด และ 240USD ในกรณีที่ชำระด้วยบัตรเครดิต) เจ้าหน้าที่บริษัทบอลลูน รอรับท่าน เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด
(สำหรับท่านที่ไม่ได้ซื้อ ทัวร์ขึ้นบอลลูน อิสระพักผ่อนที่โรงแรมได้ตามอัธยาศัย)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ Goreme Open Air Museum ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา St. Barbar Church โบสถ์มังกร Snake Church และ โบสถ์แอปเปิ้ล Apple Church
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านชมความสวยงามของ เมืองคัปปาโดเกีย Cappadocia ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม คัปปาโดเกีย Cappadocia เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า “ดินแดนม้าพันธุ์ดี” ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี เป็นพื้นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยสและภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว เถ้าลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายทั่วบริเวณ จนทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมาจากนั้นกระแส น้ำ ลม ฝน แดด และหิมะกัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆนับแสนนับล้านปีจนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูปแท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรงดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” ในปีค.ศ.1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี แวะชม โรงงานเพชร และโรงงานเซรามิค อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย นำท่านเดินทางสู่ กรุงอังคาร่า Ankara (ระยะทาง 287 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.45 ชั่วโมง) ระหว่างทางแวะเที่ยวชมความสวยงามของ ทะเลสาบเกลือ Lake Tuz ให้ท่านได้ถ่ายภาพทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศตุรกี ซึ่งเป็นปรากฏการความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
พักค้างคืน ที่ Turist Hotel 4* หรือเทียบเท่า มาตรฐานตุรกี

วันที่เจ็ดของการเดินทาง   กรุงอังคาร่า-กรุงอิสตันบูล-ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส - ช้อปปิ้ง ตลาดสไปซ์-กรุงเทพมหานคร
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล Istanbul (ระยะทาง 450 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5.20 ชั่วโมง)
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
จากนั้นนำท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส Cruise Along the Bosphorus ซึ่งเป็นช่องแคบขนาดใหญ่และสองฝั่งมีความสวยงามมาก ช่องแคบนี้ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างยุโรป และเอเชีย เชื่อมระหว่าง ทะเลดำ The Black Sea เข้ากับ ทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara มีความยาว 32 กิโลเมตร ให้ท่านได้ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างที่สวยงามตระการตาของ ช่องแคบบอสฟอรัสที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้ ส่งท้ายครึ่งวันช่วงเช้าด้วยการนำท่านสู่ ย่านช้อปปิ้ง ตลาดสไปซ์ มาร์เก็ต Spice Market หรือตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันเลื่องชื่อของตุรกี อย่าง แอปปลิคอท หรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอ ฯลฯ ได้ตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
จากนั้นนำท่านเดินทางถึงสนามบิน เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ กรุงเทพมหานคร

วันที่แปดของการเดินทาง   สนามบินสุวรรณภูมิ
01.25 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 68 (ใช้เวลาในการบิน ประมาณ 9.25 ชั่วโมง)
14.25 น. เดินทางถึงสนามบิน สุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

 

Happy Time… Happy Tour… Happy Mail Travel
รายการท่องเที่ยวนี้อาจเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้จัดโดยยืดถือตามสภาพการณ์และประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ

 

อัตราค่าบริการ และ วันเดินทาง

 

อัตราค่าบริการ
ปี 2562

ผู้ใหญ่

(ห้องละ 2-3 ท่าน)

พักเดี่ยว

เพิ่มท่านละ

17-24ก.พ. 

32,900.-

6,000.-

02-09มี.ค./03-10มี.ค./09-16มี.ค./10-17มี.ค.

16-23 มี.ค./17-24มี.ค./23-30มี.ค./24-31 มี.ค.

 33,900.-  6,000.-
 30มี.ค.-06เม.ย./31มี.ค.-07เม.ย.  34,900.-  6,000.-

 


Visitors: 457,684